ใส่ข้อมูลร่างกายกับการวิ่งต่อสัปดาห์ แล้วได้ BMR, TDEE และแคลที่ควรกินตามเป้าหมาย คิดพลังงานจากการวิ่งตามระยะจริง ไม่ต้องเดาระดับกิจกรรม
ยังไม่รู้เปอร์เซ็นต์ไขมัน? ดูเครื่องชั่ง Xiaomi S400 วัดไขมัน →(ลิงก์ affiliate)
วิธีคิด: ชีวิตประจำวันคิดจาก BMR × ตัวคูณ แล้วบวกพลังงานจากการวิ่งตามระยะต่อสัปดาห์ (ประมาณ 1 kcal ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อ 1 กม.) และการออกกำลังอื่น เฉลี่ยเป็นต่อวัน
วิธีคิด: BMR × ตัวคูณระดับกิจกรรม แบบที่เว็บ TDEE ส่วนใหญ่ใช้ สะดวกแต่หยาบกว่า ถ้าวิ่งเป็นประจำใช้แบบนักวิ่งจะใกล้ความจริงกว่า
บางเป้าหมายถูกปรับขึ้นให้ไม่ต่ำกว่า BMR เพราะนักวิ่งที่กินน้อยกว่านี้ต่อเนื่องเสี่ยงพลังงานไม่พอ (RED-S) ซ้อมไม่ฟื้น บาดเจ็บง่าย ให้ลดช้าลงแทน
RunNearMe รู้แคลแล้ว วันนี้ไปวิ่งที่ไหนดี? รวมสวนวิ่งในกรุงเทพฯ พร้อมระยะเส้นทาง น้ำดื่ม ห้องน้ำ ล็อกเกอร์ เวลาเปิดปิด และการเดินทางด้วย BTS/MRT หาสวนใกล้คุณ →โปรตีนคิดตามน้ำหนักตัว ไขมันประมาณ 25% ของแคล คาร์บคือแคลที่เหลือ วันวิ่งยาวหรือวันซ้อมหนักกินคาร์บมากกว่านี้ได้ วันพักกินน้อยลงได้
กะด้วยตามักคลาดเกิน 20% ดูตาชั่งอาหารดิจิทัล สแตนเลส →(ลิงก์ affiliate)
| ระยะ | ใช้ไป (kcal) | เทียบกับ TDEE |
|---|
ชั่งน้ำหนักตอนเช้าหลังเข้าห้องน้ำ ดูค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์ น้ำหนักรายวันแกว่งได้ 1–2 กก. จากน้ำและคาร์บ
ถ้าน้ำหนักไม่ไปทางที่ตั้งใจ ปรับทีละ 100–200 kcal อย่าเปลี่ยนตัวเลขทุกวัน
ลดเร็วกว่านี้มักเสียกล้ามเนื้อและซ้อมไม่ไหว ช่วงใกล้วันแข่งควรกินระดับคงน้ำหนัก
ถ้าเหนื่อยผิดปกติ ประจำเดือนผิดปกติ หรือบาดเจ็บบ่อย อาจกินไม่พอกับการซ้อม ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
BAAM My Whey Protein Max 5 ปอนด์เติมโปรตีนให้ถึงเป้าต่อวันง่ายขึ้น ดื่มหลังวิ่งหรือหลังเวทดูใน Shopee →
ตาชั่งอาหารดิจิทัล สแตนเลส 5/10 กก.ชั่งอาหารเป็นกรัม รู้แคลและโปรตีนจริง ไม่ต้องกะด้วยตาดูใน Shopee →
Xiaomi Body Composition Scale S400วัดน้ำหนักและเปอร์เซ็นต์ไขมัน ดูค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์ในแอปดูใน Shopee →
BAAM Creatine Monohydrate 300 ก.นิยมใช้คู่กับเวทและงานหนักช่วงสั้น วันละประมาณ 3–5 ก.ดูใน Shopee →
สูตรทุกสูตรเป็นค่าประมาณ คนส่วนใหญ่คลาดได้ราว ±10% ใช้ตัวเลขนี้เริ่มต้น แล้วปรับจากน้ำหนักจริง 2–3 สัปดาห์